กระดาษอาร์ตการ์ด (Art Cards) คืออะไร? เหมาะกับบรรจุภัณฑ์แบบไหน?
กระดาษอาร์ตการ์ด (Art Cards) คืออะไร? เหมาะกับบรรจุภัณฑ์แบบไหน?

กระดาษอาร์ตการ์ด Art Cards เป็นวัสดุที่นิยมอย่างมากกับการนำมาทำเป็นบรรจุภัณฑ์และสื่อสิ่งพิมพ์ ที่ได้รับความนิยม เนื่องจากเป็นวัสดุที่คุณภาพดีและราคาไม่แพงจนเกินไป

  • กระดาษอาร์ตการ์ด เป็นกระดาษเนื้อแน่น ผิวเรียบ ให้งานพิมพ์สีสดคมชัด เหมาะที่สุดสำหรับงานบรรจุภัณฑ์พรีเมียม
  • การเลือกผิวสัมผัสมีผลต่ออารมณ์สินค้า: กระดาษอาร์ตการ์ดเคลือบมัน ให้ความโดดเด่น สดใส ส่วน กระดาษอาร์ตการ์ดเคลือบด้าน ให้ความหรูหรา ทันสมัย
  • ความหนาที่เหมาะสมสำหรับทำกล่องคือ 300-350 แกรมขึ้นไป เพื่อความแข็งแรง
  • รองรับทั้งงานพิมพ์ออฟเซตและดิจิตอล สามารถเพิ่มเทคนิคพิเศษอย่าง Spot UV หรือปั๊มนูนได้ดีเยี่ยม

กระดาษอาร์ตการ์ด (Art Card Paper) ด้วยคุณสมบัติที่หลากหลายและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายทางเป็นกระดาษเนื้อแน่น มีพื้นผิวที่สามารถทำให้เรียบเนียนทั้งสองด้าน หรือด้านเดียวก็ได้โดยถือเป็นกระดาษที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะในตัวเองและสีที่ได้ออกมานั้นจะมีความสด สีสวย กว่ากระดาษชนิดอื่น

ซึ่งความนิยมของกระดาษอาร์ตมันนั้นทำให้ผู้ประกอบการทั้งหลายหันมาให้ความสนใจและนำมาใช้เป็นวัสดุสำหรับทำบรรจุภัณฑ์กันเป็นจำนวนมาก โดยส่วนมากแล้วจะนิยมนำมาทำเป็นรูปแบบของกล่อง ซึ่งวันนี้เราจะไปดูกันว่า กระดาษอาร์ตการ์ดนั้นเหมาะกับบรรจุภัณฑ์ประเภทไหนบ้าง

กระดาษอาร์ตการ์ด (Art Cards) คืออะไร? และ กระดาษอาร์ตการ์ดเป็นยังไง?

สารบัญ

ถ้าถามว่ากระดาษอาร์ตการ์ดเป็นยังไง? อธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ คือ มันเป็นลูกผสมที่ลงตัวระหว่าง “ความหนาแบบการ์ด” และ “ความสวยงามแบบกระดาษอาร์ต”

กระดาษอาร์ตการ์ด คือ กระดาษที่มีเนื้อแน่น มีการเคลือบผิวหน้าด้วยสารเคมีหรือแร่ธาตุบางชนิด (Coating) ทำให้พื้นผิวมีความเรียบเนียนกว่ากระดาษปอนด์ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด คุณสมบัติเด่นคือเนื้อกระดาษจะมีความแข็งแกร่ง (Stiffness) ไม่ยุบตัวง่าย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขึ้นรูปเป็นทรงกล่องต่างๆ

โครงสร้างของกระดาษอาร์ตการ์ด

โดยปกติ กระดาษอาร์ตการ์ด จะแบ่งเกรดตามลักษณะการเคลือบผิว ซึ่งส่งผลต่อการใช้งานโดยตรง

1.กระดาษอาร์ตการ์ดหน้าเดียว (1 หน้า): ด้านหนึ่งจะเรียบเนียน มันเงา หรือกึ่งมันกึ่งด้าน ส่วนอีกด้านจะมีความหยาบเล็กน้อยและสีอาจจะคล้ำกว่า หรือเป็นสีขาวด้านๆ นิยมใช้ทำกล่องที่ต้องการพิมพ์ลายสวยงามแค่ภายนอก

2.กระดาษอาร์ตการ์ดสองหน้า (2 หน้า): เรียบเนียนเสมอกันทั้งสองด้าน เหมาะกับงานที่ต้องการความพรีเมียมทั้งภายนอกและภายใน เช่น การ์ดเชิญ หรือกล่องสินค้า High-end


คุณสมบัติของกระดาษอาร์ตการ์ดมีอะไรบ้าง

กระดาษอาร์ตการ์ดเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติที่หลากหลายเหมาะสำหรับการนำมาใช้ทำเป็นบรรจุภัณฑ์และเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ด้วย โดยที่เราสามารถนำคุณสมบัติของกระดาษอาร์ตการ์ดไปเปรียบเทียบหรือดูความแตกต่างจากวัสดุชนิดอื่น เพื่อนำมาเลือกใช้ทำเป็นบรรจุภัณฑ์ได้นั่นเอง ซึ่งคุณสมบัติของกระดาษอาร์ตการ์ดมี ดังนี้

ความหนาของกระดาษ

ความหนาของกระดาษเป็นส่วนสำคัญอย่างมากที่จะทำให้คุณภาพของงานที่ผลิตออกมาดี โดยความหนาของกระดาษมีตั้งแต่ 200- 400 แกรม ซึ่งหากความหนาของกระดาษต่ำจาก 260 แกรมลงไป จะไม่นิยมนำมาผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์

แต่จะใช้ในงานพิมพ์อย่างอื่นแทน เช่น การ์ดเชิญ โปสการ์ด ปกหนังสือต่างๆ เพราะหากนำมาเป็นกล่องสินค้าจะไม่สามารถที่จะรับน้ำหนักของสินค้าได้และอาจะทำให้กล่องสินค้ามีการฉีกขาด บิดเบี้ยวไปจากเดิม และยังสื่อถึงความไม่น่าเชื่อถือ ไม่มีคุณภาพด้วยนั่นเอง

น้ำหนักของกระดาษ

ในส่วนนี้เราจะรู้จักกันดีในศัพท์ทางเทคนิคที่เรียกว่า แกรม (Gram) เป็นหน่วยค่าวัดของน้ำหนักกระดาษ ยิ่งตัวเลขของแกรมเยอะ ความหนาของกระดาษก็จะยิ่งมากตามขึ้นไปเช่นเดียวกัน และความแข็งแรงของกระดาษก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปด้วย ซึ่งหากว่ากระดาษมีความแข็งแรงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะช่วยเพิ่มการรับน้ำหนักของสินค้าที่ใหญ่ขึ้นได้

ความเรียบของพื้นผิวกระดาษ

กระดาษที่นำมาผลิตเป็นกล่องบรรจุภัณฑ์ แน่นอนว่าคุณสมบัติของกระดาษจะต้องมีความเรียบเนียน ไม่เป็นผิวที่ขรุขระ และกระดาษอาร์ตการ์ดมีคุณสมบัตินี้เป็นพื้นฐาน คือ มีผิวกระดาษที่เรียบเนียน มันเงา ซึ่งนั่นจึงทำให้เป็นจุดขายของกระดาษอาร์ตการ์ดเลยก็ว่าได้และคุณสมบัติข้อนี้จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้คนส่วนใหญ่หยิบยกกระดาษอาร์ตการ์ดมาทำกล่องบรรจุภัณฑ์ อีกทั้งงานที่ออกมาจากเครื่องพิมพ์ก็ยังมีความคมชัด มีคุณภาพมากด้วย

กระดาษอาร์ตการ์ด (Art Cards) คืออะไร? เหมาะกับบรรจุภัณฑ์แบบไหน?

กระดาษอาร์ตการ์ด เหมาะกับสินค้าบรรจุภัณฑ์ประเภทไหน

บรรจุภัณฑ์ส่วนมากที่นำมาบรรจุใส่สินค้าแต่ละประเภทนั้นจะมีการออกแบบดีไซน์ที่แตกต่างกันไป ซึ่งก็จะต้องเลือกดูตามความเหมาะสมที่จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้สูงสุด โดยทั่วไปแล้วกระดาษอาร์ตการ์ดจะถูกนำไปผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ชนิดกล่องเป็นหลัก

เนื่องจากสามารถออกแบบให้กระดาษมีรูปทรงได้ตามที่ใจต้องการและยังสามารถเพิ่มลวดลายลงไปบนกล่องเพื่อให้สินค้าได้มีสีสัน และยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้ดีอีกด้วย ส่วนมากแล้วกระดาษอาร์ตการ์ดจะถูกนำไปผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ประเภท กล่องแพคเกจจิ้ง ได้แก้

ซึ่งการทำจะนำมาใช้เป็นกล่องบรรจุภัณฑ์ได้นั้น กระดาษอาร์ตการ์ดจะต้องมีความหนาตั้งแต่ 300 แกรมขึ้นไป เพื่อความแข็งแรงของกล่องในการปกป้องสินค้า ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายในและอาจจะเพิ่มลูกเล่นด้วยการเคลือบ PVC เพื่อเป็นการป้องกันไปอีกชั้น

ประเภทผิวหน้า กระดาษอาร์ตการ์ดเคลือบมัน vs กระดาษอาร์ตการ์ดเคลือบด้าน

หนึ่งในคำถามโลกแตกของผู้ประกอบการคือ “จะเลือกเคลือบแบบไหนดี?” เพราะ กระดาษอาร์ตการ์ด สามารถนำไปผ่านกระบวนการเคลือบผิวเพื่อเพิ่มความสวยงามได้ ซึ่งส่งผลต่ออารมณ์ของสินค้าโดยตรงครับ

1.กระดาษอาร์ตการ์ดเคลือบมัน (Glossy Art Card)

กระดาษอาร์ตการ์ดเคลือบมัน คือการนำกระดาษไปเคลือบฟิล์มเงา หรือขัดเงา

  • ลักษณะ: ผิวสัมผัสลื่น สะท้อนแสง เป็นประกายแวววาว
  • อารมณ์ที่ได้: ให้ความรู้สึก สดใส สนุกสนาน โดดเด่นสะดุดตา และดู “ใหม่” เสมอ
  • เหมาะกับ: กล่องขนม, กล่องของเล่น, สินค้าแม่และเด็ก หรือสินค้าที่ต้องการโชว์สีสันที่ฉูดฉาด เพราะความเงาจะช่วยขับสีให้สดขึ้น

2.กระดาษอาร์ตการ์ดเคลือบด้าน (Matte Art Card)

กระดาษอาร์ตการ์ดเคลือบด้าน กำลังเป็นเทรนด์ที่มาแรงมากในยุคปัจจุบัน

  • ลักษณะ: ผิวเรียบเนียน แต่ไม่สะท้อนแสง ให้สัมผัสที่นุ่มนวลกว่า (Velvet touch)
  • อารมณ์ที่ได้: ให้ความรู้สึก หรูหรา (Luxury), มินิมอล (Minimal), ทันสมัย และดูแพง
  • เหมาะกับ: กล่องเครื่องสำอาง, กล่องสกินแคร์, กล่องอาหารเสริม หรือสินค้าเทคโนโลยีที่ต้องการลุค Professional ข้อดีอีกอย่างคือ รอยนิ้วมือจะไม่ค่อยติด และอ่านตัวหนังสือได้ง่ายกว่าเพราะไม่มีแสงสะท้อนรบกวน

    ขนาดกระดาษอาร์ตการ์ดที่ได้รับความนิยม

    กระดาษอาร์ตการ์ดถูกนำไปใช้งานหลากหลายชนิด และกระดาษอาร์ตการ์ดยังมีการแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือกระดาษอาร์ตการ์ดแบบ 1 หน้า, กระดาษอาร์ตการ์ดแบบ 2 หน้า แต่ละประเภทก็ใช้ขนาดของกระดาษ ใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นแล้วจึงเกิดเป็นคำถามว่าแล้วขนาดไหนบ้างล่ะที่ผู้ผลิตมักจะใช้กันและเพราะอะไร ไปดูกันเลย

    1.ขนาดกระดาษอาร์ตการ์ด 260 แกรม

    ขนาดกระดาษที่มีขนาด 200-260 แกรม จะเป็นกระดาษที่อยู่ในประเภท กระดาษอาร์ตการ์ด 2 หน้า ที่มีลักษณะผิวเรียบ มันเงาเหมือนกันทั้ง 2 ด้าน โดยส่วนมากแล้วกระดาษอาร์ตการ์ดที่มีขนาด 260 แกรม จะใช้กับงานพิมพ์ที่เกี่ยวกับ การ์ดเชิญ โปสเตอร์ โบรชัวร์ โปสการ์ด ปกหนังสือนิทาน ปกหนังสือทั่วไป เป็นต้น

    2.ขนาดกระดาษอาร์ตการ์ด 350 แกรม

    ขนาดกระดาษที่มีขนาด 350-400 แกรม จะเป็นกระดาษอาร์ตการ์ดประเภท 1 หน้า ลักษณะของผิวกระดาษประเภทนี้จะมีด้านหนึ่งเป็นผิวเรียบ มันเงา และอีกด้านจะมีความหยาบอยู่เล็กน้อย ทำให้คนส่วนใหญ่ชอบนำไปผลิตเป็นกล่องบรรจุภัณฑ์ เพราะขนาดของกระดาษอาร์ตการ์ดที่ 350 แกรม จะมีความหนา และแข็งแรง เมื่อนำมาผลิตเป็นกล่องเครื่องสำอาง กล่องสบู่ กล่องลิปสติก กล่องครีมต่างๆ ก็จะสามารถรับน้ำหนักของสินค้าได้

    แต่ขนาดที่คนส่วนมากนิยมใช้มากที่สุด นั่นคงหนีไม่พ้นกระดาษอาร์ตการ์ดที่มีขนาด 350 แกรม เพราะมีความแข็งแรง ทนทานมากกว่ากระดาษอาร์ตการ์ดที่มีขนาด 200 แกรม อีกทั้งยังสามารถที่จะปกป้องสินค้าไม่ให้เกิดความเสียหายได้นั่นเอง

    เลือกความหนากระดาษอาร์ตการ์ดกี่แกรมดี สําหรับทํากล่องบรรจุภัณฑ์?

    เลือกความหนากระดาษอาร์ตการ์ดกี่แกรมดี สําหรับทํากล่องบรรจุภัณฑ์ นั้น โดยเราต้องดูที่ “น้ำหนักสินค้า” และ “ขนาดกล่อง” เป็นหลัก ซึ่งเราสามารถเปรียบเทียบได้ดังนี้

    ความหนา (GSM)ลักษณะการใช้งานเหมาะสำหรับสินค้า
    210 – 260 แกรมกระดาษมีความหนาพอประมาณ แต่ยังอ่อนตัวได้การ์ดเชิญ, โปสการ์ด, ใบปลิวหนา, ปกหนังสือ, กล่องใส่ของเบามากๆ (เช่น กล่องยาขนาดเล็ก)
    300 – 350 แกรม(แนะนำ!) ความหนามาตรฐาน แข็งแรง ขึ้นรูปกล่องสวยกล่องบรรจุภัณฑ์ทั่วไป, กล่องสบู่, กล่องครีม, กล่องลิปสติก, กล่องอาหารเสริม, กล่องเค้กชิ้นเดี่ยว
    400 แกรมขึ้นไปหนามาก แข็งแกร่ง รับน้ำหนักได้ดีเยี่ยมกล่องสินค้าขนาดใหญ่, กล่องใส่ขวดแก้ว, กล่องเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก, Premium Gift Set

    คำแนะนำเพิ่มเติม

    หากทำกล่องสบู่ หรือ กล่องครีม ทั่วไป ขอแนะนำที่ 350 แกรม เป็นจุดที่คุ้มราคาและแข็งแรงกำลังดี

    ถ้าใช้กระดาษอาร์ตการ์ด ที่บางเกินไป (ต่ำกว่า 300 แกรม) มาทำกล่อง เวลาวางซ้อนกันกล่องจะยุบ สินค้าภายในอาจเสียหาย และที่สำคัญคือ “ดูราคาถูก” ทำให้เสียภาพลักษณ์แบรนด์ได้


    ข้อดีของการใช้กระดาษอาร์ตการ์ด

    • ฉีกขาดได้ยาก : เพราะกระดาษอาร์ตการ์ดมีความเหนียวแน่น สามารถที่จะทนทานต่อแสงแดด ความชื้นต่างๆ ได้
    • พิมพ์สีได้สดใส : กระดาษอาร์ตการ์ดเมื่อนำมาพิมพ์สี พิมพ์ข้อความ หรือพิมพ์โลโก้ของแบรนด์สินค้าลงไปบนกระดาษจะยิ่งทำให้กระดาษมีความสวยงาม และมีสีที่สด คมชัด และข้อดีเหล่านี้ยังช่วยให้ผู้บริโภคเห็น และจดจำแบรนด์สินค้าเราได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
    • สามารถใช้กับเทคนิคได้หลากหลาย : เช่น กล่องบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากกระดาษอาร์ตการ์ด และมีการใช้เทคนิคพิเศษ เช่น เทคนิคการปั๊มนูน ปั๊มจม การเคลือบเงา เคลือบด้านต่างๆ เข้ามาช่วยจะยิ่งช่วยเพิ่มให้กล่องบรรจุภัณฑ์มีความแข็งแรง และมีคุณภาพมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของยอดขายให้กับสินค้าด้วย
    • รองรับน้ำหนักสินค้าได้ดี : ด้วยความที่กระดาษอาร์ตการ์ดมีความเหนียวแข็งแรง จึงทำให้ในการรับน้ำหนักของสินค้าได้เป็นอย่างดี ไม่มีการฉีกขาดของกระดาษ จึงเป็นที่นิยมของผู้ผลิตในการนำมาผลิตเป็นกล่องสินค้า เช่น กล่องสบู่ กล่องเครื่องสำอางนั่นเอง
    • ป้องกันการกระแทกได้ดี : หรือสามารถที่จะห่อหุ้ม ปกป้องสินค้าไม่ให้เกิดการแตกหักเสียหายของสินค้าที่อยู่ในกล่อง ระหว่างการขนส่ง เคลื่อนย้ายต่างๆ
    • ช่วยเพิ่มมูลค่า : เมื่อคุณสมบัติของกระดาษช่วยให้การออกแบบ การพิมพ์สี พิมพ์ลายกราฟฟิกต่างๆ ทำให้กล่องบรรจุภัณฑ์สวยดูดีขึ้น และมีความน่าสนใจ จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หากรูปร่างหน้าตาของบรรจุภัณฑ์สวยดี สิ่งที่ตามมาคือ ยอดขายสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น เพราะผู้บริโภคในยุคปัจจุบันจะซื้อสินค้าสักอย่าง สิ่งแรกที่จะเห็นคือ หน้าตาของกล่องบรรจุภัณฑ์ ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อง่ายขึ้นอีกด้วย
    • ราคาไม่แพง : กระดาษอาร์ตการ์ดเป็นกระดาษที่มีราคาไม่แพงมาก และสามารถหาซื้อได้ง่ายทั่วไป ผู้ประกอบการจึงนิยมใช้ ซึ่งจะเป็นการช่วยลดต้นทุนของวัสดุกระดาษไปในตัวด้วย อีกทั้งคุณภาพที่รับยังเกินราคาที่เสียไปอีกด้วย

    สรุป

    ด้วยคุณสมบัติหลายๆ ข้อ และข้อดีหลายๆ อย่างของกระดาษอาร์ตการ์ดไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผิวกระดาษที่มีความเรียบ มันเงา ซึ่งช่วยในการพิมพ์สี พิมพ์โลโก้ พิมพ์ข้อความต่างๆ ให้มีความสวย คมชัด และกระดาษอาร์การ์ดก็มีความหนา สามารถที่จะกันความชื้น กันแสงแดดได้ อีกทั้งยังมีราคาที่ย่อมเยาว์

    เมื่อเทียบกับกระดาษบางประเภทที่มีคุณสมบัติ และการออกแบบที่คล้ายกันกลับมีราคาที่แพงกว่า จึงทำให้ผู้ประกอบการ ผู้ผลิตต่างๆ เล็งเห็นข้อดี และประโยชน์เหล่านี้ของกระดาษอาร์ตการ์ด จึงมีการนำมาผลิตเป็นกล่องบรรจุภัณฑ์ต่างๆ เช่น กล่องลิปสติก กล่องสบู่ กล่องครีม กล่องขนม กล่องอาหาร เป็นต้น

    บทความน่าอ่าน กระดาษอาร์ตการ์ด 350 แกรมดีอย่างไร

    คำถามที่พบบ่อย

    1.กระดาษอาร์ตการ์ด กันน้ำได้ไหม?

    ตอบ: ตัวเนื้อ กระดาษอาร์ตการ์ด เองไม่กันน้ำครับ หากโดนน้ำจะเปื่อยยุ่ยได้ แต่เราสามารถเพิ่มคุณสมบัติกันน้ำได้โดยการ “เคลือบ PVC” (ลามิเนต) ทั้งแบบด้านหรือเงา ซึ่งจะช่วยกันละอองน้ำและความชื้นได้ดีในระดับหนึ่ง

    2.เลือกความหนากระดาษอาร์ตการ์ดกี่แกรมดี สําหรับทํากล่องบรรจุภัณฑ์ เครื่องสำอาง?

    ตอบ: สำหรับกล่องเครื่องสำอาง แนะนำที่ 350 แกรม ครับ เป็นมาตรฐานที่แข็งแรงพอจะรับน้ำหนักขวดครีมหรือตลับแป้งได้ และเมื่อนำไปเคลือบหรือปั๊มนูน กระดาษจะไม่ยับง่าย

    3.กระดาษอาร์ตการ์ด ใช้กับเครื่องปรินท์บ้านได้ไหม?

    ตอบ: โดยปกติเครื่องปรินท์ Inkjet ตามบ้านจะพิมพ์ลงบน กระดาษอาร์ตการ์ด ที่มีความมันเงาได้ยาก (หมึกไม่แห้ง/เยิ้ม) ยกเว้นจะใช้กระดาษอาร์ตสำหรับ Inkjet โดยเฉพาะ หรือใช้เครื่องพิมพ์ Laser ที่รองรับกระดาษหนา 200 แกรมขึ้นไ